she365-horoscopes

ประเภทของการดูดวงมีอะไรบ้าง

มีวิธีการมากมายที่สามารถช่วยคุณรู้ชะตาหรือชะตากรรมของคุณไม่ว่าจะเป็น ไพ่ทาโรต์, ดูลายนิ้วมือ, เวทย์มนต์, อ่านสีหน้า วิธีการเหล่านี้ถือเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก และหลายๆ คนเชื่อมั่นว่าสิ่งนี่จะเป็นคำตอบที่พวกเขากำลังตามหาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความอยากรู้ในเรื่องอาชีพการงานในอนาคต สุขภาพร่างกาย ฐานะทางสังคม ทำนายเพศของบุตรในครรภ์ ถึงแม้ว่าเราจะมีเครื่องมือสำหรับใช้ทำนายแต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะอ่านคำทำนายได้อย่างถูกต้องหากปราศจากนักดูดวงที่มีประสบการณ์ ข้อมูลด้านล่างนี้เป็นการรวบรวมการดูดวงประเภทต่างๆ ที่น่าสนใจและได้รับความนิยมมากที่สุดบนโลก

ทำนายด้วยไพ่ทาโรต์

การอ่านไพ่ทาโรต์ค่อนข้างเป็นที่นิยมทั่วโลก เป็นวิธีการบอกโชคลาภด้วยการชนิดของไพ่ ช่วยให้รู้ว่าชีวิตของแต่ละคนเป็นอย่างไร ตอนแรกการอ่านชะตาแบบนี้ใช้สำหรับเล่นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ถูกชี้นำโดยพลังทางวิญญาณบางอย่างเพื่อให้คนรู้เกี่ยวกับโชคชะตาหรือชะตากรรมของผู้คน ปัจจุบันมีไพ่ทั้งหมด 78 ใบในแต่ละแพ็คที่ใช้เพื่อการอ่านโชคลาภ การ์ดทุกใบสามารตีความลักษณะหรือคุณสมบัติที่แตกต่างกันบางอย่างได้ อย่างไรก็ตามการ์ดแต่ละใบอาจมีความหมายลึกซึ้ง จึงขึ้นอยู่กับทักษะการทำนายของผู้อ่านไพ่ด้วยเช่นกัน

ทำนายลายมื้อ

เป็นวิธีการบอกโชคชะตาด้วยการอ่านมือของแต่ละบุคคลเพื่อประเมินชีวิตในอนาคตของผู้คน รวมถึงลักษณะนิสัยส่วนตัว เป็นอีกหนึ่งวิธีที่นิยมมากที่สุดในประเทศไทยที่มีหลายคนสามารถมองฝ่ามือและบอกคุณถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ วิธีการเริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์มือของแต่ละคน มือทั้งสองข้างมีความสำคัญแตกต่างกันไป โดยผู้ดูจะทำการพิจารณาฝ่ามือทั้งสองก่อนที่จะตัดสินคำทำนายออกมา นอกจากนี้ยังมีบางครั้งที่อาจมีการเลือกอ่านมือข้างใดข้างหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งขึ้นอยู่กับประสบการณ์หรือสัญชาตญาณของผู้อ่าน

การอ่านคำทำนายลูกตุ้ม

ถือว่าเป็นขั้นตอนการดูดวงที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด ในขณะเดียวกันก็มีประสิทธิภาพมากอีกด้วย ในขั้นตอนการดูดวงจะใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่าลูกตุ้ม เป็นแร่หรือหินที่มีคุณสมบัติพิเศษร้อยด้วยเชือกหรือโซ่ขนาดเล็ก โดยจะมีหนังสือคู่มือเพื่อใช้ในการอธิบายคำทำนายหากคำถามของคุณเกี่ยวข้องกับการทราบวันที่เฉพาะเจาะจงใดๆ เมื่อเริ่มแกว่งไปมันก็จะเริ่มที่จะส่ายไปมาอย่างไม่สารถควบคุมได้ในที่สุดมันก็จะหยุดลงในช่องใดช่องหนึ่งที่เป็นคำตอบ นอกจากนี้ยังถูกนำมาใช้อ่านเพศของทารกในครรภ์อีกด้วย

I do not like to face the summer.

ช่วงหน้าร้อน ควรแต่งหน้ายังไงไม่ให้หน้าดูเละ

หน้าร้อนถือว่าเป็นช่วงเวลาสุดเครียดของสาวๆ ก่อนออกจากบ้านเลยก็ว่าได้เนื่องจากการแต่งหน้าช่วงหน้าร้อนทำได้ยากมาก หากเตรียมตัวไม่ดีหน้าร้อนจะทำให้หน้าเละได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหากเราอยู่ภายนอกอาคาร ยิ่งเป็นหน้าร้อนในประเทศไทยด้วยนะ ทั้งร้อนทั้งแดดจนเพลีย เพื่อไม่ให้หน้าร้อนทำเราหน้าเละมีเคล็ดลับแนะนำให้ลองไปปรับใช้กันดู

ทุกอย่างต้องกันน้ำ

อุปสรรคสำคัญการแต่งหน้าในฤดูร้อนนั่นคือ เหงื่อ ระหว่างวันหน้าร้อนเราจะเหงื่อออกเยอะมาก (แม้ว่าเราจะไม่โดนแดด อยู่แต่ในออฟฟิศก็ตาม) ไม่เพียงแค่หน้ามันเท่านั้น ยังทำให้เอาหน้าเลอะ จนหน้าเละได้ หากไม่ต้องการเป็นแบบนั้นสาวสวยอย่างเราจำไว้เลยว่า เครื่องสำอางทุกอย่างต้องกันน้ำเท่านั้น ยิ่งดวงตายิ่งสำคัญเลย หากตาเลอะอย่างอื่นดูไม่จืด ควรมีอายแชโดว์แบบกันน้ำ กับ อายไลน์เนอร์ กันน้ำติดกระเป๋าไว้

ไพรเมอร์ ตัวช่วยสำคัญ

ปัญหาโลกแตกสำคัญของสาวๆ ช่วงหน้าร้อนมันคือ หน้าเลอะเนื่องจากเครื่องสำอางไม่ติดบนใบหน้า ทีนี้จะทำยังไงดีละ หากจะไปเติมระหว่างวันถ้าทำได้มันก็ดี บางคนทำไม่ได้ไง วิธีดีสุดต้องไม่ให้มันเลอะ เราขอแนะนำให้ลองปรับวิธีแต่งหน้านิดหน่อย ให้ลองใช้ไพรเมอร์ลงหน้าก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็รองพื้น แต่งหน้าตามปกติด ไพรเมอร์จะเป็นตัวช่วยสำคัญไม่ให้หน้าเยิ้ม มัน จนหน้าเลอะ หน้าเละได้ หาซื้อมาใช้กันนะ ไม่แพงรับรองว่าดี

หน้าจัด จะทำให้หน้าเสีย

เทรนด์แต่งหน้าช่วงหน้าร้อน บางคนเข้าใจผิดว่า ต้องแต่งหน้าให้จัด ให้เข้ม ให้ฉ่ำไปเลย จะบอกว่าผิดเลยจ้า การแต่งหน้าช่วงหน้าร้อนไม่ควรเน้นความเข้มข้น ความจัดมากเกินไป จะทำให้หน้าดูเยอะเกินความจำเป็น อีกทั้งหน้าร้อนทำให้หน้าเยิ้มได้ดูไม่มั่นใจไปใหญ่ (บางคนแต่งหน้าจัด เดินท่ามกลางแดดร้อนดูไม่เข้ากันเอาเสียเลย) คำแนะนำควรแต่งหน้าให้จางลงหน่อย เน้นสีชมพูอ่อน หรือ พวกสีส้มอ่อนก็ได้ อีกทริคหากใครไปทะเลอยากถ่ายรูปให้สวย (ไม่ได้หมายถึงไปเล่นน้ำ) ติดกลิตเตอร์สักหน่อย ความวิบวับ แวววาว จะทำให้หน้าดูเด้ง เด่น สะท้อนแสงกว่า อีกสไตล์หนึ่งหากไม่ได้ไปไหนไกล แต่งหน้าบาง แบบเหมือนไม่แต่งหน้าก็ทำให้ได้คนเห็นรู้สึกสบายตาดีกว่าเยอะ

หากหน้าร้อนนี้ใครไม่อยากหน้าเลอะ จนหน้าเละ แนะนำว่าทริคเหล่านี้ช่วยได้เยอะ จนเราอาจจะต้องอุทานในใจว่า รู้อย่างนี้ทำซะตั้งแต่แรกก็ดี

Healthy food menu Weight control

อาหารคลีน เมนูเพื่อสุขภาพ ช่วยควบคุมน้ำหนัก

อาหารคลีน เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ โดยผู้ทานจะต้องทานเนื้อสัตว์ส่วนที่ไม่มีมัน เช่น อกไก่ ปรุงด้วยกรมวิธี นึ่ง , ต้ม , จี่โดยการปรุงรสก็จะต้องทำให้น้อยที่สุดหรือไม่ปรุงเลย ถึงจะเรียกว่าอาหารคลีนอย่างแท้จริง รวมทั้งแป้งก็ต้องกินแป้งที่ไม่ผ่านกรรมวิธีขัดสี เช่นข้าวกล้อง , ขนมปังโฮลวีตเป็นต้น อาหารชนิดนี้สามารถควบคุมน้ำหนักได้อย่างดีเยี่ยม ถ้าคุณไม่ตบะแตกแอบกินขนมนอกรอบ หลายๆ คิดว่าอาหารคลีนนั้นมีราคาแพง ทำยาก แต่ความจริงแล้วถ้าเราซื้อวัตถุดิบมาทำเองนั้น จะประหยัดค่ากับข้าวไปมาก แถมปรุงง่ายมากๆ ด้วย ก็ในเมื่อมันไม่ค่อยปรุงอะไรอยู่แล้ว กินมันจืดๆ นั้นแหละ วันนี้เราเลยมีเมนูอาหารคลีนเพื่อสุขภาพมานำเสนอให้เพื่อนๆ ลองไปทำทานกันดูค่ะ

ขนมปังทูน่าแบบคลีน

ส่วนผสม

  • ขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น
  • ไข่ต้ม 2 ฟอง
  • เสาวรสสด 1 ลูก
  • ผักสลัก 3 ใบ
  • ทูน่าในน้ำแร่ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • ผ่าเสาวรสสดออกเป็น 2 ซีกเอาไว้ทานแก้เลี่ยนหลังมื้ออาหาร
  • นำผักนำทูน่าโปะลงไปบนแผ่นขนมปัง
  • ส่วนไข่ต้มก็ผ่าครึ่งจะได้ทานง่ายๆ
  • เป็นอันเสร็จทานได้เลย

ผัดกระเพราอกไก่

ส่วนผสม

  • อกไก่
  • บล็อกโคลี่
  • แครอท
  • ข้าวกล้อง
  • กระเทียมจีน 3 กลีบ
  • พริกขี้หนู 4 เม็ด
  • น้ำมันหอยสูตรลดโซเดียม
  • น้ำเปล่า
  • ใบกระเพรา

 

วิธีทำ

  • หั่นอกไก่ให้เป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
  • ตั้งกระทะให้ร้อน
  • เมื่อกระทะร้อนให้ใส่น้ำเปล่าลงไปครึ่งแก้ว
  • รอจนน้ำเดือดปุดๆ
  • ใส่พริกขี้หนูกับกระเทียมที่ซอยแล้วลงไปในกระทะ
  • ใส่ใบกระเพรา
  • ผัดจนกระเทียมเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
  • ใส่บล็อกโคลี่กับแครอทลงไปผัดจนนิ่ม
  • พอผักเริ่มนุ่มให้ใส่เนื้อไก่ลงไป ปรุงรสด้วยน้ำมันหอยลดโซเดียมครึ่งช้อนชา ผัดจนสุก
  • ตัดราดข้าว
  • เป็นอันเสร็จทานได้เลย

แซนวิสไข่ลวกเพื่อหุ่นสวย

ส่วนผสม

ขนมปังโฮลวีต 2 แผ่น

ไข่ลวก 1 ฟอง

กล้วยหอมหั่นแว่น 4ชิ้น

ฝักทองต้ม 1 ชิ้น

ผักสลัด 5 ใบ

อัลมอนด์ 5 เม็ด

มะเขือเทศเชอรี่ 2 ลูก

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 2 เม็ด

วิธีทำ

  • ตอกไข่ลวกวางลงบนขนมปัง แล้วนำส่วนผสมที่เหลือมาจัดเรียงลงจานตกแต่งให้สวยงาม
  • ทานได้เลย

การทานอาหารคลีนนั้น ช่วงแรกๆ อาจจะทรมานเสียหน่อย เพราะปกติลิ้นคนไทยชอบทานอาหารแซ่บ ของเผ็ด ของนัวอยู่แล้ว คุณต้องให้เวลามันปรับตัวด้วย อย่าใจร้อน แต่ทั้งนี้คุณอาจมีชีทเดย์สัก 1 วันต่อ 1 อาทิตย์ เพื่อเป็นการลดความเครียดและจะได้มีกำลังใจในการลดน้ำหนักต่อไป

เทรนด์หน้าหนาวที่กำลังได้รับความสนิยมแบบคุมโทนเสื้อผ้าสีอุ่นๆ

เมื่อถึงคราวหน้าหนาวมาเยือน เสื้อคลุมทั้งหลายเอย กางเกงขายาวเอย รองเท้าบูทเอย ก็ถูกควักออกมาจากมุมสุดของตู้เสื้อผ้า เพื่อนำมาอวดโฉมและป้องกันร่างกายของเราจากความหนาวเย็น แต่ทั้งนี้หนาวทั้งทีต้องมีสไตล์ จะแต่งเชยๆ

ไม่ได้เสียลุคหมด โดยเทรนด์หน้าหนาวปี 2017 การคุมโทนใส่เสื้อผ้าสีอบอุ่นนั้นมาแรงมากๆ เลย

เทรนด์หน้าหนาว 2017 คุมโทนเสื้อผ้าสีอุ่นๆ

เสื้อผ้าสีอุ่นๆ คือการแต่งตัวที่ใช้เสื้อผ้าสีแบบ Earth Tone, Nature looks แต่งตัวโทนสีน้ำตาลอ่อน , สี Nude , สีน้ำตาลเข้ม , สีเหลืองตุ่นๆ สีเหล่านี้เมื่อใส่แล้วยังทำให้รู้สึกอบอุ่นมากกว่าเดิม แถมสวมแล้วดูหรูมีสไตล์อีกด้วย

โค้ดยาวคือจุดเด่น

โดยชุดนี้มีความโดดเด่นอยู่ที่โค้ดยาวสีน้ำตาลอ่อนที่มีความยาวถึงน่อง ข้างในใส่เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว บวกกับกระโปรงเอวสูงสี Nude เพียงแค่ 3 ชิ้นนี้ก็เป็นการไปทำงานที่เริดที่สุดแล้ว แต่คุณสามารถเพิ่มความน่าดึงดูดได้อีก โดยการวมรองเท้าส้นสูงสีเหลืองอ่อนลายเสือดาว เป็นการคุมโทนเสื้อผ้าสีอุ่น ใส่ในวันไปทำงานได้อย่างมั่นใจ

กันหนาวง่ายๆ ด้วยชุดสีน้ำตาลแต่ออกมาเก๋

ชุดกันหนาวชุดนี้แต่งได้ง่ายมาก เริ่มจากสวมเสื้อยืดลายเส้นสีน้ำตาล ท่อนล่างเป็นกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน มาพร้อมกับรองเท้าผ้าใบคู่ใจสุดทะมัดทะแมง พร้อมคลุมด้วยสเวตเตอร์สีน้ำตาลอ่อนตัวโคร่งๆ ใหญ่ๆ ทับเข้าไป ง่ายๆ แค่นี้ก็กันได้ทั้งความหนาวและโชว์ความมีสไตล์ของตัวเองได้แล้ว

คุมโทนสีอุ่นในสไตล์น่ารัก

ใครว่าชุดกันหนาวจะต้องสวมเสื้อคลุมดูเทอะทะเพียงอย่างเดียว มาในสไตล์น่ารักก็ได้นะ สวมเสื้อแขนยาวคอเต่าสี Nude สวมเอี๊ยมกระโปรงยาวสีน้ำตาลผ้าลูกฟูกทับ ส่วนรองเท้าสวมเป็นรองเท้าหนังและสวมถุงเท้าสีน้ำตาลขึ้นมาถึงข้อเท้า เพิ่มความน่ารักเข้าไปอีกด้วยการสวมหมวกเบเร่ต์สีเหลือง ป้องกันความหนาวเย็นบนหนังศีรษะ เท่านี้ก็ได้ลุคสุดน่ารักท้าลมหนาวแล้ว

สวม 3 ชิ้นก็กันหนาวได้

สวมเสื้อสเวตเตอร์ตัวโครงๆ สีเหลืองอันอบอุ่นแบบมีฮู้ด ถ้าจะให้น่ารักมากๆ แขนจะต้องไม่โผล่ออกไปจากสเวตเตอร์นะ ท่อนล่างใส่กางเกงหนังสีดำเข้ารูป ส่วนรองเท้าเป็นรองเท้าบูทหนังสีน้ำตาลหุ้มข้อ 3 ชิ้นก็ออกจากบ้านได้แล้วจ้า

การ Mix & Match ชุดท้าลมหนาวในสไตล์คุมโทนเสื้อผ้าสีอุ่นๆ นั้น ไม่มีการจำกัดอย่างตายตัว ขึ้นอยู่กับความชอบและเซ้นต์ของผู้แต่งล้วนๆ แต่ทั้งนี้คุณจะแต่งยังไงก็ได้แต่อย่าลืมคำนึงในเรื่องของสีด้วยนะคะ จะได้ไม่หลุดโทนไป

How to make up to make up.

แต่งหน้า การแต่งหน้า วิธีการแต่งหน้าให้เข้ากับงานแต่ง

งานแต่งงานถือว่าเป็นงานที่มีความสำคัญต่อคู่บ่าวสาวเป็นอย่างมาก เป็นพิธีการสำคัญที่ต้องการให้ผู้อื่นมาร่วมเป็นสักขีพยานต่อการใช้ชีวิตคู่ระหว่างกันด้วย นั่นหมายถึงว่าแขกที่ได้รับเกียรติให้ไปร่วมงานแต่งงานคือคนสำคัญที่ทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวเชิญมา เมื่อเป็นเช่นนี้การแต่งหน้าแต่งตัวให้เหมาะสมเพื่อเป็นเกียรติภายในงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากใครที่ยังไม่รู้ว่าควรแต่งหน้าให้เข้ากับงานแต่งอย่างไรมาหาคำตอบได้เลย

การแต่งหน้าให้เข้ากับงานแต่ง

  1. เริ่มต้นบำรุงผิวกันก่อน – ใช้การทาเซรั่มเพื่อเป็นการบำรุงผิวพรรณให้ดูโดดเด้ง สุขภาพดี ทาครีมที่สาวๆ ใช้งานประจำให้ทั่วใบหน้า ค่อยๆ นวดเบาๆ เพื่อให้เนื้อครีมสัมผัสบนหน้าแล้วซึมลงสู่ผิวจากนั้นทาครีมกันแดดต่อให้งานกลางวันหรือกลางคืนก็ต้องทาเนื่องจากรังสียูวีมีอยู่ทุกที่แล้วสเปรย์น้ำแร่ตามลงไปเพื่อให้ผิวมีความชุ่มชื้นอีกหน่อย หากใครปากแห้งก็ให้ทาลิปบาล์มตรงริมฝีปากด้วยก็ได้
  2. Base Make-Up – ลง Primer ให้ผิวเรียบเนียน เป็นการเบลอรูขุมขน ลดจุดด่างดำ ช่วยให้ริ้วรอยดูจางลง แถมยังทำให้เครื่องสำอางติดทนนานอีกต่างหาก แล้วลงรองพื้นให้ใกล้เคียงกับสีผิวที่สุดค่อยๆ เกลี่ยให้ซึมลงสู่ผิว
  3. ทำใบหน้าให้มีมิติ – ใช้ Contour แบบครีมเนื้อวาดลงกรอบหน้า แก้ม ปลายคาง ข้างสันจมูก แล้วใช้นิ้วมือหรือแปลงเกลี่ยให้เนียนกับ Base Make-Up นำ Highlighter เนื้อครีมทาบริเวณสันจมูก กลางหน้าผาก แก้มด้านบน ใต้โหนกคิ้ว กระจับปากบน คาง เกลี่ยให้เนียนแล้วใช้แป้งปัดวนจนทั่วใบหน้า
  4. ดวงตาอันโดดเด่น – เขียนคิ้วที่ตนเองถนัดและเข้ารับกับใบหน้า เทคนิคคือหัวคิ้วอ่อนหางคิ้วเข้ม ต่อด้วยการลง Eye Primer จากนั้นใช้อายแชโดว์สีขาว – ครีมทาให้ทั่วเปลือกตา แล้วใช้อายแชโดว์เนื้อแมทสีน้ำตาลกลางๆ สำหรับการคัดเบ้า ทาอายแชโดว์เนื้อซิมเมอร์ทั้งเปลือกตา อาจใช้สีน้ำตาลทอง ชมพู เพิ่มให้ดูหรูหรา จากนั้นกรีด Eye Liner สีน้ำตาล ดัดขนตา ปัดมาสคาร่า
  5. สีสันของพวงแก้ม – ใช้ Blush On โทนชมพู ส้ม หรือพีช แล้วจึงใช้แปรงปัดแก้มเบาๆ ตรงโหนกแก้ม แล้วเกลี่ยมาต่อหน้าแก้ม อย่าใช้สีชัดจนเกินไป
  6. ทำเฉดหน้าให้พุ่ง – ใช้ Bronzing Powders ปัดลงตรงกรอบหน้า ข้างแก้ม ปลายคาง ปีกจมูก ให้ใช้สีน้ำตาลกลางๆ ถึงเข้มเพื่อให้กรอบหน้ามีความเด่นชัดตอนที่อยู่ท่ามกลางแสงไฟ ทำไฮไลท์บริเวณจมูก โหนกแก้ม โหนกคิ้ว กระจับปาก ปลายคาง

ปิดท้ายที่ริมฝีปาก – นั่นก็คือการทาลิปสติกควรเลือกสีที่ไม่แรงจนเกินไปเพื่อไม่ให้ดูโดเด่นและอาจไม่สุภาพได้

max-Make up-one

วิธีทำทรงผม ในฤดูร้อน

ด้วยความที่เมืองไทยเป็นเมืองร้อนเมื่อเจอช่วงเวลาฤดูร้อนครั้งหนึ่งแต่ละคนก็คงรู้สึกอึดอัด ร้อนอบอ้าวกันนาดูโดยเฉพาะสาวๆ ที่มีผมยาวสลวยทั้งหลายยิ่งถือเป็นช่วงเวลาที่น่ารำคาญสุดๆ เลยก็ว่าได้ ครั้นจะให้ไปตัดผมสั้นนั้นก็ใช่ที่ การพยายามหาวิธีทำทรงผมให้เข้ากับช่วงฤดูร้อนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สาวๆ ผมยาวทั้งหลายเลือกเอาไปใช้ได้บ้าง รับรองว่าแต่ละวิธีการในการทำผมหายร้อนแน่นอน

Read More

max-Make up-three

เครื่องสำอางบำรุงก่อนนอน แนะนำ รีวิว วิธีใช้

เกิดเป็นผู้หญิงแล้วอย่าหยุดสวยคำนี้สามารถใช้ได้เสมอจริงๆ เพราะไม่ว่าเวลาไหนผู้หญิงก็จำเป็นต้องดูแลร่างกายผิวพรรณของตนเองอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะได้ดูสวยงามผิวพรรณเปล่งปลั่งอยู่เสมอ แม้แต่ตอนนอนที่ใครก็อาจคิดว่าหยุดการดูแลตัวเองบ้างก็ได้แต่จริงๆ แล้วช่วงเวลานั้นยิ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญในการดูแลตนเองอย่างมาก

Read More

she365-Makeup-up

เทคนิคการแต่งหน้าให้เป็นตัวเรามากที่สุด

การแต่งหน้าแบบที่เหมาะสมในช่วงเช้าของวันที่เรากำลังรีบ ไม่ว่าจะเพราะตื่นสาย ไม่อยากแต่งหน้านานเพราะกลัวรถติดจนไปทำงานสายก็ตามที แต่สำหรับผู้หญิง ต้องขอเวลาอย่างน้อยสัก 10-15 นาทีสำหรับแต่งหน้าเพื่อเสริมความมั่นใจกันบ้าง อันที่จริงแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าต้องแต่งสวยกันทุกวันหรอกนะคะ แต่มันเป็นเรื่องของความมั่นใจ ที่อยากจะเป๊ะ ดูดี ไม่อย่างนั้นแล้ว วันนั้นทั้งวันอาจจะทำอะไรก็ติดขัดไปเลย
การแต่งหน้าจึงกลายเป็นศาสตร์ที่ลึกซึ้ง แต่ถ้าต้องใช้เวลานาน มันก็เสียเวลาไปด้วย ทุกวันนี้จึงได้มีการพัฒนาเทคนิคง่ายๆ ที่รับรองว่า สามารถแต่งหน้าให้เสร็จโดยใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที ก็เรียกว่าสวยเป๊ะ เดินออกจากบ้านแล้ว ไม่ต้องกลัวคนเห็นหน้าสดเลยค่ะ
เรามาดูเทคนิคง่ายๆ กันเลยว่าทำอย่างไรบ้าง
ก่อนอื่น สาวๆ ทุกคนจำเป็นต้องเตรียมผิวของเราก่อน แต่ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคนด้วยค่ะว่าอยากได้การทำเมคอัพเพื่อปกปิดผิวหน้าของเราขนาดไหน มีคำแนะนำคือ ไม่ต้องลงหนามากเสมอไป เพราะสมัยนี้เราใช้แค่ครีมกันแดดสีเนื้อ แล้วตามด้วย CC สีเขียว เพื่อช่วยเพิ่มความกระจ่างใส่ให้กับใบหน้าก็เพียงพอค่ะ
ขั้นตอนก็ตามนี้ค่ะ เริ่มจากการเขียนคิ้วก่อน
1. เขียนคิ้วตามโครงหน้าของตัวเอง
2. ลงสีน้ำตาลอ่อนกลิตเตอร์ให้รอบเปลือกตา เพื่อเพิ่มประกายให้ดวงตาดูสดชื่น แล้วคัดเบ้าบริเวณห่างตาเบาๆ ด้วยสีน้ำตาลที่เข้มกว่าสีเดิมและไม่มีกลิตเตอร์ เพื่อเพิ่มให้ตาดูมีมิติมากขึ้นค่ะ
3. ใช้แปรงสะอาดปัดแป้งบริเวณใต้ท้องคิ้ว เพื่อเป็นการลบสีอายชาโดว์ที่เกินมา
4. .ให้ใช้ดินสอเขียนอินเนอร์ด้านในตา จะช่วยเพิ่มความคมชัดของดวงตามากขึ้น
5. ปัดมาสคาร่าให้ขนตาบนและขนตาล่าง เพื่อเพิ่มความหวานได้
6. สุภาพสตรีคนไหนที่มีขนตาค่อนข้างน้อย เดี๋ยวนี้นิยมการติดขนตาเพิ่ม เพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้ดวงตามากขึ้น
7. ปัดแก้มอ่อนๆ แค่พอประมาณ
ต่อมาก็ขั้นตอนการทาปาก มีคำแนะนำว่า ให้เราเพิ่ม Layer ให้กับริมฝีปากสักนิดหน่อยด้วยการทาทินท์สีแดงไว้ด้านใน จะช่วยขับเน้นให้ริมฝีปากของเราแลดูมีสุขภาพดี จากนั้นตามด้วยลิปสติกสีนู้ด ปกติแล้วถ้าเราทาสีพื้นอย่างเดียว อาจจะดูธรรมดา ดูป่วยไปหน่อย
สำหรับสาวๆ ที่อยากจะมีความ Healthy แต่ด้วยวิถีชีวิตแล้วทำไม่ค่อยได้ ต้องนอนดึกบ่อยๆ ไม่ค่อยเป็นเวลา ทำงานหนัก เราใช้การเมคอัพพอประมาณ แต่ไม่โบ๊ะ แล้วทำให้ดู Bright ช่วยปกปิดได้ค่ะ
ทั้งหมดที่ว่ามานี้ เราใช้เวลาประมาณ 7-10 นาทีเท่านั้นค่ะ เหมาะสำหรับช่วงเวลาเร่งด่วนสำหรับสาวๆ ทุกคน

she365-Watch

ดูดวงประจำปี 2560 กับเรา แม่นมาก

ปี พ.ศ. 2560 คือปีไก่ “ระกา” หมอดูหลายสำนักก็ฟันธงไปตามนั้นตามนี้ ทีนี้ลองมาดูในภาพรวมจากการเรียบเรียงคำทำนายหลายสำนักดูบ้างครับว่า ดวงชะตาในแต่ละราศีของปีนี้ “มีแนวโน้มภาพรวม” ไปในทิศทางไหนบ้าง อย่างน้อยที่สุดก็ช่วยให้เราตั้งอยู่ในความไม่ประมาทของชีวิตนะคะ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ แต่ก็อย่าให้ดวงมาผูกมัดเรามากเกินไปนะครับ มาดูกันเลย…
ราศีเมษ 13 เมษายน – 14 พฤษภาคม
ในราศีเมษมีอังคารเป็นดาวประจำราศี ธรรมชาติของชาวราศีนี้คือความเข้มแข็ง ไม่ค่อยกลัวอะไรนัก รักเพื่อนพ้องมาก ปีนี้ชาวเมษ มีแนวโน้มเรื่องโชคลาภทั้งเรื่องการงานที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในทางดีขึ้น ส่วนช่วงปลายปี ปัญหาที่สะสมมานานจะกระจ่างชัดขึ้น การงานและโชคลาภมีทิศทางสำเร็จในช่วงปลายปีนี้ เรื่องคู่ ผู้ที่มีภรรยาเป็นฝ่ายนำ มีโอกาสรุ่งเรือง
ราศีพฤษภ 15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน
ปีนี้อาจมีโชคลาภเกิดขึ้น แต่ถ้ามาก็จะมาจากตัวท่านเอง อีกทั้งดาวประจำราศีโคจรตั้งแต่ราศีมีนเมื่อต้นปีไปสิ้นสุดในราศีธนูตอนปลายปี 2560 ทำให้มีความรุ่งเรือง ต่อให้พื้นดวงของท่านเองไม่ค่อยดีขนาดไหน ปีนี้คือโอกาสแล้ว มีข้อระวังคืออาหารการกิน ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมทานของสุกๆดิบๆ และเรื่องมิตร ศัตรู ไม่ควรไว้วางใจใครมากเกินไป
ราศีมิถุน 15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม
ปีนี้จะมีความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีหลายเรื่อง เช่นหน้าที่การงาน รายได้ โอกาสอื่นๆ ให้ระวังเรื่องคำพูดคำจาที่อาจทำร้ายใครโดยไม่รู้ตัว ส่วนเรื่องคู่ ปีนี้ท่านที่โสดจะพบคู่ดี ส่วนที่มีอยู่แล้ว ถ้าเป็นคนดีก็จะยิ่งส่งเสริมกัน
ราศีกรกฎ 16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม
มีเกณฑ์ได้โยกย้ายงานในทางดี รายได้เพิ่มขึ้น ที่สำคัญคือ โชคลาภตั้งแต่กลางปีนี้ สำหรับนักลงทุน จะได้ก้อนใหญ่ในช่วงปลายปี หรืออย่างน้อยก็เก็บเกี่ยวได้แล้ว แต่มีข้อระวังมากๆคือ การติดต่อกับผู้มีอิทธิพลหรือพวกทำงานการเมืองต่างๆ ให้เลี่ยงไว้ ท่านที่แต่งงานแล้วจะได้ลาภจากคู่ครอง มีความรักที่ปรองดองกันอย่างดีมาก
ราศีสิงห์ 16 สิงหาคม – 16 กันยายน
ช่วงเดือนสิงหาคมปีนี้ ให้ระวังเรื่องเจ็บป่วย โดยเฉพาะอาการปวดตามตัว และโรคกระเพาะ เรื่องการงานอาจไม่มีอะไรเด่นชัด แต่สำหรับผู้ที่มีธรรมะในใจ กตัญญูต่อพ่อแม่ ท่านไม่ต้องห่วง ชีวิตจะไม่ตกต่ำแน่นอน มีสิ่งที่คอยช่วยเกื้อหนุนค้ำจุนให้รอดพ้นอันตรายมาได้ และจะช่วยไปอีกหลายปี

ราศีกันย์ 17 กันยายน – 16 ตุลาคม
ความดีที่ทำไว้ จะส่งผลในช่วงนี้แล้ว ทั้งเรื่องการเงิน ชื่อเสียง รายได้พุ่งสูงขึ้นมาก แม้ว่าจะมีปัญหาเยอะตามมาก็ตาม แต่ก็พอจะผ่านไปได้ มีข้อระวังมากๆคือ เรื่องอาวุธ อย่าไปอยู่ใกล้ ในช่วงกันยายน ให้ระวังเรื่องคำพูดและการทะเลาะบาดหมางกับคนใกล้ชิด แนะนำให้มีสติเข้าไว้
ราศีตุลย์ 17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน
ความเป็นอยู่จะดีขึ้นมากทั้งภายนอกและภายใน มีคนช่วยเหลือ และมีโอกาสเรื่องชื่อเสียง จะมีคนมากหน้าเข้ามาคบหา ให้ระวังด้วย แต่แนวโน้มไปในทางที่ดี การเงินอาจช้าหน่อย แต่ค่อยๆไปทีละก้าว
ราศีพิจิก 16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม
การงานที่ตั้งใจไว้ กำลังจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างและมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น แต่รายได้ส่วนมากยังไม่แน่นอน จะทำการค้าหรือลงทุนในช่วงนี้ อย่าหวังเกินไปนัก มีแนวโน้มเดินทางไปต่างประเทศหรือต่างจังหวัด และค่อนข้างดีขึ้นเรื่อยๆ
ราศีธนู 16 ธันวาคม – 14 มกราคม
ระวังเรื่องการเรี่ยไรเงินจากคนอื่น อาจลำบากเพราะเงินชาวบ้านได้ การงานถ้าจะย้ายในปีนี้ ให้คิดหนัก เพราะอาจจะไม่ได้ดีไปกว่าที่เดิม มีแนวโน้มเรื่องคู่
ราศีมังกร 15 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์
มีโชคดีทางการงาน เลื่อนตำแหน่ง มีวิกฤตเรื่องเดียว คือ การพนัน หรือจากคนรู้จัก โอกาสได้แต่งงานในปีนี้มีสูง ส่วนคนมีคู่แล้ว อาจได้ลาภจากผู้ใหญ่ของอีกฝ่าย
ราศีกุมภ์ 13 กุมภาพันธ์ – 14 มีนาคม
ในระยะใกล้วันเกิดปีนี้ ดวงอาทิตย์มีวิถีโคจรใกล้ดาวเนปจูน เหมาะลงทุนหรือทำการค้า แม้จะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ถือว่าเป็นคนที่โชคดีอย่างสูงในเรื่องการเงินรายได้และผลประโยชน์ต่างๆ มักได้รับการแนะนำจากผู้อาวุโส หรือผู้มีชื่อเสียงในวงการเงิน เป็นเหตุให้ได้เงินสดก้อนใหญ่ ข้อควรระวังคือ อุบัติเหตุเล็กน้อย และเรื่องการเมือง
ราศีมีน 15 มีนาคม – 12 เมษายน
อาจได้ข่าวดีเป็นเงินทองหรืออื่นๆเล็กๆ น้อยๆ คนที่กำลังเสริมสร้างตัว มีโอกาสไปถึงฝันได้ สุขภาพสำหรับคนที่ป่วยมานาน มีแนวโน้มดีขึ้นมากๆ ถึงขั้นหายขาดเลย แม้จะมีเงินเข้ามาก แต่ก็มีปัญหาค่าใช้จ่ายมากตามมา

she365-Draping

การเลือกเสื้อผ้าใส่ให้ดูเหมาะสมกับวัยและการงานที่ทำ

เคยสงสัยไหมว่าคนอื่นมองคุณเป็นอย่างไรบ้าง บางคนคิดว่าตัวเองดูไม่หล่อ ไม่สวย แต่ในทางตรงกันข้าม บางคนก็มีความมั่นใจว่าตัวเองดูดีแล้ว มีคำพังเพยโบราณว่า ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ทุกวันนี้ยังใช้ได้อยู่นะคะ เป็นเรื่องจริงที่เลี่ยงไม่ได้เลย (ไม่อย่างนั้นอาชีพ Make Up หรือ Artist คงตกงานกันหมดแล้ว)

บางครั้ง เพียงแค่เราปรับโฉมการแต่งตัวนิดหน่อย เราก็สามารถดูดี เฉิดฉาย มีออร่าขึ้นมาได้

จากนั้นความมั่นใจก็จะตามมา ส่งผลช่วยให้เราทำในเรื่องต่างๆได้ดีขึ้น หรืออย่างน้อยก็ดูดีในสายตาคนอื่น  อันที่จริงก็เป็นเรื่องปกตินะคะ เพราะคนเรามักสนใจกับสายตาคนอื่นเสมอ ต่อให้พยายามแค่ไหน ก็ยังเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี

วันนี้เราจึงมีคำแนะนำสำหรับคนที่อยากจะแต่งกายให้ดูดี แต่ไม่มั่นใจ กลัวล้าสมัย เชย หรือไม่เหมาะกับตัวเอง จึงอยากปรับ Mind Set ง่ายๆก่อนว่า

เราทุกคนสามารถดูดีได้ ในแบบที่เป็น ที่สำคัญคือ คนเรามีหลายบทบาท ดังนั้นการแต่งกายให้เหมาะสมกับสถานการณ์หรือบทบาทของเราก็ต้องคำนึงด้วย เช่น เป็นพ่อแม่คน ต้องออกไปติดต่องานกับลูกค้า ตัวเราอยู่ในอาชีพไหน วงการ สาขาไหน ก็ต้องให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมด้วย

ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเป็นพนักงาน Office มีหน้าที่ติดต่อ ประสานงาน บริการลูกค้า ส่วนมากถ้าไม่ได้แต่งชุด Uniform ของบริษัทนั้นๆ ก็มักต้องเลือกใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว กับกางเกงสแล็กซ์สีดำ แล้วทำไมจึงเลือกสองสีนี้ละ เพราะมันเป็นการผสมผสานระหว่างสีขาวและสีดำที่ตัดกัน แสดงให้ลูกค้าที่มาใช้บริการได้รู้สึกว่า พนักงานคนนี้จะช่วยเหลือให้คำปรึกษาได้ แล้วสองสีนี้ก็ช่วยกระตุ้นให้คนมองรู้สึกว่า เรามีความยุติธรรม ซื่อสัตย์ เปิดเผยจริงใจ ขณะเดียวกันก็มีภูมิความรู้ เป็นมืออาชีพในการทำงาน สามารถขอคำแนะนำได้เต็มที่

แต่ถ้าทำงานในสายบันเทิง หรือ Creative แฟชั่น แน่นอนค่ะว่า จะต้องหาทางนำเสนอรูปลักษณ์ตัวเองให้ดูโดดเด่น การใช้สีพื้นเรียบๆในหลายโอกาสอาจไม่สะดุดตาเท่าที่ควร ก็ต้องเลือกใช้สีฉูดฉาด หรือตัดกันแล้วสะดุดตา ขับเน้นให้โดดเด่น แต่ก็ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวหลุดโลกหรือโป๊เสมอไป ขึ้นอยู่กับลักษณะของโอกาส สีผิว รูปร่างของเราด้วย เรามักเห็นว่า เสื้อผ้าต้องนำสมัย แล้วสีจะเป็นพวก แดง ม่วง ชมพู คนมองแล้วประหลาดใจสำหรับการพบเจอครั้งแรก เพราะเป็นสีที่ไม่ค่อยนิยมใส่กันสำหรับการพบปะติดต่องานอย่างจริงจัง แต่เหมาะกับคนทำงานสายนี้ แล้วถ้าเป็นคนผิวขาว ก็ยิ่งช่วยขับเน้นผิวพรรณได้อีก

แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูด้วยนะคะว่า เหมาะสมกับวัยของเราหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าใส่ออกมาแล้ว คนเห็นก็จะเอาไปนินทาได้ว่าแต่งตัวไม่ดูอายุเลย