Beautiful young girl meditating in autumn park

การปลดปล่อยทุกข์ด้วยตนเอง
ในช่วง 10 ปีหลังมานี้ เราจะพบว่า พวกคอร์สปลุกพลังแบบ NLP พัฒนาตนเอง หรือเอาชนะความทุกข์ในใจ สร้างความสุขขึ้นมา พวกงานสัมมนาแนวนี้เป็นที่นิยมมาก แล้วถ้าถามว่า ทำไมมันถึงดังขึ้นมาได้ละ สาเหตุหนึ่งเพราะผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับการทำสภาวะจิตใจให้มีความสุข และเอาชนะความทุกข์ โดยเฉพาะคนในสังคมเมืองที่เร่งรีบ ทุกอย่างต้องแข่งขันเสมอ แพ้ไม่ได้
ช่วงหลัง คนวัยทำงานเริ่มนิยมนำหลักพุทธศาสนาและแนวคิดตะวันตกมาปรับใช้อย่างเรียบง่าย เป็นการการปลุกพลังใจวันละนิด ในที่นี้จึงอยากแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การบริหารความสุข และจัดการความทุกข์ครับว่า ให้เราลองมองย้อนกลับสำรวจตัวเราเองในเวลาที่ผ่านมาว่า เมื่อเรามีความสุขกับเรื่องใด หรือมีความสำเร็จอะไรสักอย่างในชีวิตแล้ว เราเคยเป็นอย่างนี้บ้างหรือไม่
เวลามีความสุข
– ชอบออกไปใช้ชีวิตอยู่นอกบ้าน ไม่ว่าจะเที่ยวเล่น ชิล คลายเครียด
– มักคิดถึงคนอื่น แต่มักลืมนึกถึงตัวเอง
– รู้สึกว่า ไม่ค่อยมีเวลาให้กับพ่อแม่และครอบครัวเท่าไหร่
แต่เวลาที่คุณมีความทุกข์ คุณเป็นเช่นนี้หรือไม่…

– เก็บตัวอยู่ในบ้าน
– เริ่มจะให้เวลากับตัวเองมากเป็นพิเศษ
– มีเวลาให้กับพ่อแม่และครอบครัว
เชื่อหรือไม่ว่าหลายคนมักเป็นเช่นนี้ โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
ในทางจิตวิทยาหลายสำนัก เขาว่าคนเราจะหันมาให้ความสำคัญกับข้างในของเราเองก็ต่อเมื่อเราเจอปัญหา ความทุกข์ที่แก้ไม่ตก แต่ก่อนหน้านั้นเราจะไม่สนใจหรือใส่ใจตัวเราเท่าไรนัก นี่ยังรวมถึงคนรอบข้างใกล้ตัวที่สุดอย่างครอบครัวด้วย
นี่คือสาเหตุสำคัญว่า ทำไมพวกงานสัมมนาปลุกพลังใจ พลังชีวิต หากำลังใจ เอาชนะตัวเอง ถึงได้ขายดี!!!! เพราะงานเหล่านี้นำเสนอวิธีการเอาชนะอุปสรรคอย่างง่ายๆ ให้ด้วยการปรับความคิด ทัศนคติใหม่ แต่อันที่จริงแล้ว ไม่ต้องไปเสียเงินเข้างานสัมมนาเหล่านั้นเสมอไปนะครับ ถ้าท่านเข้าใจหลักวิถีทางพุทธศาสนาในระดับหนึ่ง จะพบว่า ก็สามารถเอามาใช้กับตัวเองได้ชะงัด โดยเฉพาะเรื่องของการตั้ง สติ ตระหนักรู้อยู่กับปัจจุบัน เมื่อเรามีสติ ทุกอย่างจะตามมา เราจะเริ่มหันมามองตนเองและคนในครอบครัวมากขึ้น จากนั้น ก้าวเดินออกไปสู่โลก เราจะพบว่า ในชีวิตนี้มีอะไรอีกมากมาย
ต่อไปนี้ ให้เราเปลี่ยนแปลงตนเองเสียใหม่ เมื่อไหร่ที่เรามีความสุข หรือพบความสำเร็จอะไรบางอย่างในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน กรุณาใช้ความสุขเหล่านั้นอยู่กับตัวเองและคนรอบข้างที่รักเราให้มากเข้าไว้
หากเมื่อไหร่คุณมีความทุกข์ ประสบกับปัญหาในชีวิตที่แก้ไขไม่ตก ก็ให้ลองก้าวออกไปข้างนอกดูบ้าง ออกไปพบปะผู้คน สำรวจดูชีวิตคนอื่นๆบ้าง เพื่อให้ตระหนักว่า แท้จริงแล้วในโลกนี้ยังมีคนที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ยาก และลำบากยิ่งกว่าคุณอีกมากมายหลายเท่า
อย่ามัวแต่จ่มจ่อ ซึมกระทืออยู่แต่ในบ้าน เพราะนอกจากจะไม่สามารถแก้ไขปัญหา หรือข้ามผ่านความทุกข์เหล่านั้นไปได้แล้ว ยังจะทำให้ความหม่นหมองเหล่านั้นได้แพร่กระจายไปสู่ผู้คนในบ้านหรือคนที่คุณรักอีกด้วย
โลกนี้ไม่ได้จะจบสิ้นลงในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ ดังนั้นจงออกไปข้างนอกบ้าน รับเอาอากาศสดใหม่ พบปะผู้คน รู้จักที่จะเปลี่ยนสีบรรยากาศของตัวเราใหม่